ถ้าจะกล่าวถึงเรื่องความเข้มงวดในทางกฎหมายระหว่างระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ กับ ระบบดับเพลิงอัตโนมัตินั้น ก็จะเป็นที่เรารู้ๆกันดีว่า กฎหมายนั้นบังคับให้เราติดระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ก่อนเลยเป็นอันดับแรกๆ เพราะเราสามารถสังเกตได้จากกฎกระทรวงหลายๆตัวที่ออกมา อย่างน้อยๆจะเน้นให้เราติดอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้เข้าไป ทำให้สามารถสรุปอย่างไม่เป็นทางการได้ว่า รัฐให้ความสำคัญกับระบบนี้มาก ด้วยเพราะมีต้นทุนในการติดตั้งที่ถูกกว่า และ สามารถแจ้งเตือนให้อพยพได้ (อย่างน้อยก็รักษาชีวิตประชาชน ซึ่งรัฐมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่ากว่าทรัพย์สินไว้ได้) และเพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที จึงเป็นที่มาว่า เวลาจะทำอะไร จะก่อสร้างอะไร จะต้องมีการติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งการเลือกใช้อุปกรณ์และการติดตั้งต่างๆให้เหมาะสมกับฟังก์ชันการตรวจจับและพื้นที่การติดตั้งนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องคิดและตรวจสอบมาตรฐานให้ดี
การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับในพื้นที่ทั่วไป แอดฯก็คงไม่มีประเด็นอะไรหรอกครับ แต่ส่วนใหญ่แอดฯมักออกแบบงานโรงงาน , คลังสินค้า , คลังน้ำมัน , โรงกลั่น , โรงไฟฟ้า ซะมาก ซึ่งมักมีอาคารที่มีหลังคาสูงๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันแบบจุด(Spot Type Smoke Detector)ได้ เนื่องจากความสูงของหลังคา เกินกว่าที่มาตรฐานอนุญาตให้ติดได้ จึงต้องไปเลือกใช้ Smoke Beam Detector ที่สามารถติดตั้งในที่สูงๆได้ (สูงกว่า 10.5 เมตรขึ้นไป)

ลิ้งค์อธิบายการทำงาน(และดูคลิปประกอบในคอมเม้นต์นะครับ)
แอดฯก็เชื่อว่าหลายๆคนในที่นี้เคยติดกันมาแล้วแหละ ไอ้เจ้า Smoke Beam Detector เนี่ย แล้วเจอปัญหากันเยอะไหม?? ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น , นกบินผ่าน , การบิดตัวของโครงสร้าง หรือจะอะไรก็ตามแต่จนทำให้เกิด False Alarm จนคนที่อยู่ในพื้นที่เฉยเมยต่อสัญญาณแจ้งเตือน หรือ ทำให้ผู้ที่ดูแลระบบถึงกับต้องปิดตู้ควบคุมทิ้งไป (จากสถิติแอดฯไป 10 โรงงาน ต้องมีปิดตู้ไว้ซัก 4 โรงอ่ะ บอกเลย)
ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็แก้ไขปัญหากันไม่จบไม่สิ้น จนมีการพัฒนาอุปกรณ์อย่าง OSID by Xtralis ขึ้นมา ที่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หมดไป เพราะอุปกรณ์ตัวนี้จะส่งรังสี Ultraviolet(UV)และรังสี Infrared(IR)ออกจากตัวส่ง(Emitter) ไปยังตัวรับ(Imager)ที่อยู่อีกฟากนึง ซึ่งด้วยความที่ปล่อยคลื่นรังสีออกไป 2 ช่วงความยาว ทำให้อุปกรณ์ตัวนี้มันสามารถแยกออกได้ว่า สิ่งที่มันตรวจเจอนั้น เป็นฝุ่น เป็นนก หรือเป็นควันไฟจริงๆ (โคตรโหดดดดดด)


ทั้งยังมีระยะการติดตั้งที่ไกลขึ้นจากชาวบ้าน โดยที่มีระยะติดตั้งได้ถึง 150 เมตร (สายคลังสินค้าอย่างแอดฯนี่โคตรชอบครับบอกเลย) แถมยังสามารถติดตั้ง 1 ตัวส่ง(Emitter) ไปหาตัวรับ(Imager)ได้มากถึง 7 ตัว ซึ่งสามารถเอาไปติดกับพวกงาน Mezzanine ยาวๆ หรือบริเวณอื่นๆได้ด้วย และที่จ๊าบกว่านั้นคือ มีฟังก์ชันที่เป็นกล้องเพื่อดูภาพในตอนทำการตั้งค่าการทำงานของระบบ ทำให้สะดวกและง่ายต่อการทำงานกว่า Smoke Beam Detector รุ่นก่อนๆเป็นอย่างมาก และตอนเวลาที่ทดสอบ ซ่อมบำรุงก็ไม่จำเป็นต้องเช่า X-Lift ขึ้นไปเช็คอุปกรณ์ ณ ความสูงที่ติดตั้ง เพราะสามารถติดตั้งสายลากลงมาเพื่อต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ได้เลย (โคตรคูลลลลลลล) ซึ่งสามารถเรียกดูเหตุการณ์ย้อนหลังได้ถึง 10000 เหตุการณ์กันเลยทีเดียว(เช็คให้ตาแฉะกันไปข้างนึง)
ซึ่งจากที่มีโอกาสสัมผัสเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้มาประมาณ 1 ปี ถือว่าดีมากครับ รู้สึกประทับใจจนวันนี้ต้องขอเอามาเขียนให้โลกรู้นิดนึง โดยเฉพาะใครเป็นสายโรงงาน สายคลังสินค้านะ แอดฯแนะนำให้ลองเลย ขจัด Pain Point ทุกรูปแบบที่เราเจ็บปวดกันมาตลอดอย่างแน่นอน
ส่วนในเรื่องการทำงาน หรือ ฟังก์ชันต่างๆ เขียนไม่ไหว มันเยอะเกิน ลองดูในคลิปที่แปะไว้ให้แล้วกันนะครับ
ฝากกดไลค์ กดแชร์ไปให้คนในวงการวิศวกรดับเพลิงได้ทราบข้อมูลด้วยนะคร้าบบบ
ขอบคุณครับ
ที่มา
OSID Technical Training by nimble Supply & Service Co., Ltd.

