แอดฯคาดว่าชาววิศวกรดับเพลิงทุกคนในวงการคงจะได้รับทราบถึงข่าวเหตุระเบิดในโรงงานสารเคมี ย่านบางพลีกันไปแล้วนะครับ ว่าผลกระทบนั้นรุนแรงขนาดไหน นอกจากผลกระทบจากอัคคีภัยแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร บ้านเรือนของประชาชนด้วย และยังกระทบถึงสุขภาพอีกต่างหาก
ปัญหานี้มันรุนแรงมากจนบางครั้งเราอาจคาดไม่ถึงว่ามันจะบานปลาย ใหญ่โตได้ขนาดนี้
ซึ่งแอดฯมักจะอธิบายให้คนทั่วไปฟังเสมอถึงคำว่า "คาดไม่ถึง" เพราะเนื่องจากการคาดการณ์ต่อเหตุการณ์ของแต่ละคนนั้นมันไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความรู้ เครื่องมือ ประสบการณ์ของผู้ที่ทำการคาดการณ์ บางครั้งมันรุนแรงมาก แต่ความรู้ หรือประสบการณ์เราไม่เพียงพอต่อการรับรู้ถึงอันตราย ก็เป็นความเสี่ยงอยากมาก
ซึ่งเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วนั้น แน่นอนว่าเราจะต้องเตรียมรับมือกับผลที่ตามมามหาศาลทั้งคดีความทางแพ่งและอาญา #โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายนะครับ
คราวนี้ แอดฯคงไม่กล้าก้าวล่วงถึงเหตุการณ์นี้

แต่จะขอมาขมวดปมสั้นๆเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยในโรงงานกันนะครับ
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2552
มีการระบุให้โรงงานติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในพื้นที่ที่มีการจัดเก็บวัตถุไวไฟต่อเนื่องเกิน 14 ตารางเมตร หรือจัดเก็บวัตถุติดไฟต่อเนื่องเกิน 1,000 ตารางเมตร
ต้องมีระบบจ่ายน้ำ และสามารถจ่ายน้ำได้เพียงพอ
การติดตั้งระบบดับเพลิงนั้น จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งแอดฯแปลต่อให้ว่าคือ NFPA ฉบับต่างๆนะครับ
ซึ่งหากเรามีคลังสินค้า จะต้องระวังให้มาก เพราะเราชอบเอากฎกระทรวงฉบับที่ 33 มาใช้ ซึ่งมันกำกับสำหรับอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งมีจุดประสงค์และการควบคุมอาคารที่แตกต่างกัน
หากเรามีคลังสินค้าที่จัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ซัก 1,200 ตารางเมตร เราจะต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่
ถ้าในโรงงานเรา มีอีกอาคารนึง ที่ใช้เป็นอาคารผลิต ขนาดพื้นที่ซัก 5,000 ตารางเมตร ที่แยกจากคลังสินค้าชัดเจน แบบนี้ อาคารผลิตของเรา ไม่ต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
แต่ถ้าอาคารผลิต มีขนาดพื้นที่ซัก 11,000 ตารางเมตร และถึงแม้จะแยกจากคลังสินค้าชัดเจนก็ตาม อาคารผลิตของเรา ก็จะต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เพราะเข่าข่ายอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามกฎกระทรวงฉบับที่33
- คู่มือการเก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย พ.ศ. 2550
ซึ่งจะมีการระบุเรื่องการป้องกันเหตุเพลิงไหม้ภายในพื้นที่จัดเก็บไว้ประมาณนึง ทั้งในแง่ของระบบจ่ายน้ำ ปริมาณน้ำสำรองขั้นต่ำ รวมถึงบ่อกักเก็บสารเคมีที่รั่วไหล หรือกักเก็บน้ำที่ผ่านการใช้ดับเพลิงในพื้นที่ ซึ่งเราก็จะต้องปฏิบัติตาม
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
เนื้อหาสาระที่ระบุไว้คือ นายจ้างต้องจัดให้มีระบบดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยจะต้องมีระบบจ่ายน้ำดับเพลิง และการติดตั้งจะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร
กรณีที่ต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.)
ซึ่งหากเอา กม.หลายฉบับมาควบรวมกันแล้วนั้น แทบจะแปลได้ง่ายมากว่า โรงงานส่วนใหญ่นั้น จะต้องมีระบบจ่ายน้ำดับเพลิงเป็นอย่างน้อย ส่วนจะมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือไม่ จะต้องมาดูบริบทประกอบอีกครั้งหนึ่ง
โดยบางโรงงานอาจมีบางพื้นที่ที่จะต้องโดนกฎหมายเฉพาะอีกหลายตัว ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราได้ทำถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ซึ่งเป็นขั้นต่ำที่ประชาชนคนไทยรวมทั้งผู้ที่มาตั้งโรงงานในประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตาม
และในหลายครั้ง การทำตามกฎหมาย(ซึ่งเป็นขั้นต่ำ) เพียงอย่างเดียว ไม่อาจก่อให้เกิดความปลอดภัยต่ออัคคีภัยได้นะครับ หรืออาจทำไปแล้วไม่คุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่จ่ายไป เพราะยังทำไม่ครบถ้วน เช่น
ทำตามกฎหมาย จ่าย 100 บาท แต่ความสามารถในการป้องกันอัคคีภัย อาจจะแค่ 60%
แต่หากเรายกระดับขึ้นอีกเล็กน้อย จ่ายเพิ่มอีก 30 บาท แต่ได้ความสามารถในการป้องกันอัคคีภัย 100%
ก็ควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนไว้ด้วยนะครับ
และอีกมุมนึงที่อยากจะฝากไว้เลย
คือ การทำประกันภัย ต่อไปอาจจะต้องมาคำนึงถึงผลกระทบเมื่อเกิดอัคคีภัย และประเมินผลที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างพร้อมทั้งความเสียหายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นที่โรงงานนั้นๆอาจจะต้องรับผิดชอบไว้ด้วยนะครับ ว่าเพียงพอหรือไม่?
ส่วนใครที่ทำประกันอีคคีภัยในโรงงานไว้แล้ว ลองรื้อค้นข้อมูลกรมธรรม์ดูนะครับว่าครอบคลุมเพียงใด ครอบคลุมเฉพาะโรงงานของเราหรือไม่ หรือครอบคลุมต่อความเสียหายของชุมชนข้างเคียงจากเหตุเพลิงไหม้ของโรงงานเราด้วย และถ้าครอบคลุม คำถามคือครอบคลุมเท่าไร และกรณีใดบ้างนะครับ
มิเช่นนั้น หากเกิดเหตุขึ้นแล้ว นอกจากจะสูญเสียโรงงานของเราไปแล้ว ยังต้องหาเงินชดใช้ผู้ได้รับผลกระทบอีกบานตะไทด้วยนะครับ
บทความนี้เขียนขึ้นอย่างรวบรัดระหว่างที่แอดฯเดินทาง และไม่สามารถเขียนถึงกรณีของโรงงานที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากการจัดการโรงงาน นั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก และด้วยข้อมูลที่จำกัด หากเขียนไปอาจทำให้เกิดความสับสนต่อผู้อ่านเป็นวงกว้างได้นะครับ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวของได้รับความรู้และประโยชน์เพื่อนำไปใช้ค้นคว้าข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาความปลอดภัยอัคคีภัยในโรงงานของแต่ละท่านได้นะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆกู้ภัยและผู้ปฏิบัติงานในครั้งนี้ให้ปลอดภัยทุกคนด้วยนะครับ