หากจะพูดระบบสารสะอาดดับเพลิงนั้นหลายคนคงจะคุ้นชินกันอยู่แล้ว เพราะเป็นอีกระบบหนึ่งที่มีการติดตั้งกันอย่างแพร่หลายในบ้านเรา ในพื้นที่ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงๆ หรือเป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกโรคกับน้ำซักเท่าไรนัก อย่างเช่น ห้องไฟฟ้า เป็นต้น
ซึ่งการออกแบบและติดตั้งนั้นก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามประเภทของก๊าซที่ใช้เป็นสารดับเพลิง เช่น พวกฮาโลคาร์บอน หรือ ก๊าซเฉื่อย ซึ่งหากเป็นพวกฮาโลคาร์บอนนั้น ก็ไม่ค่อยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่แอดฯจะเขียนวันนี้ แค่หากเป็นก๊าซเฉื่อยละก็ เรื่องนี้นี่โดนกันถ้วนหน้า และต้องระมัดระวังอย่างยิ่งครับ

ระบบสารสะอาดดับเพลิง ที่ใช้ก๊าซเฉื่อยเป็นสารดับเพลิงนั้น จำเป็นต้องใช้สารเป็นปริมาณมากๆๆ ในการดับเพลิง 1 ครั้ง แต่ด้วยความที่ขนาดของถังนั้น สามารถบรรจุสารได้ในปริมาณที่จำกัด ทำให้ต้องมีถังจำนวนที่มากขึ้น เพื่อให้สารมีปริมาณที่เพียงพอ
และถังแต่ละถัง จะทำการต่อพ่วงด้วยสายเล็กๆเส้นหนึ่ง เรียกง่ายๆว่า Pilot Tube หรือ สายไพล็อต ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระบบจะทำงาน โดยโซลินอยด์จะเปิดวาล์วถังแรก และจะปล่อยสารออกมา ซึ่งมีความดันอยู่ด้วย และสารที่ปล่อยออกมานี้เอง จะมีบางส่วนที่วิ่งไปตามสายไพล็อต เพื่อไปเปิดวาล์วหัวถังถัดๆไป เพื่อที่จะได้ปล่อยสารออกจากทุกถังแถบจะพร้อมกันทันที
ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้ครับ
การติดตั้งสายไพล็อตจากโครงการนึงนั้น พบว่า ไม่ได้ทิ้งระยะสายไว้เพียงพอ และติดตั้งในจุดที่ไม่เหมาะสม ทำให้สายไพล็อตนั้นหัก ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ความดันที่มาจากถังแรก และวิ่งเข้าสายไพล็อตนั้น ไม่สามารถไปเปิดวาล์วหัวถังอื่นๆได้ ทำให้ระบบนั้นทำงานเพียงบางส่วน และทำให้ระบบดับเพลิงนั้นล้มเหลวต่อหน้าที่ในการทำงาน

รูปที่ลงไว้ให้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ซึ่งขอไม่ระบุว่าเป็นที่ใดนะครับ
ผู้ติดตั้งจะต้องทำการติดตั้งอย่างระมัดระวังให้มาก รวมทั้งบริษัทผู้รับจ้างตรวจสอบ ทดสอบ บำรุงรักษาระบบ หรือแม้แต่เจ้าของอาคารเอง ก็จะต้องทำการตรวจสอบตรงจุดนี้ด้วย
มิเช่นนั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนเหตุการณ์นี้ก็เป็นได้
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูล
บริษัท อิมพีเรียลไฟร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด http://www.ife.co.th
บริษัท สยามซินดิเคท เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) https://www.sst.co.th/home