สวัสดีจ้า งานเบาเพลาลงแล้ว กลับมาเขียนเพจได้แล้วนะครัชชช
วันนี้มาด้วยเรื่องของ ข้อกำหนดก่อนการเติมสารสะอาดดับเพลิงกลับเข้าถังบรรจุสารดับเพลิง ซึ่งแอดฯเชื่อว่าพี่ๆเพื่อนๆสมาชิกในเพจเราไม่น้อยที่น่าจะคุ้นเคยกับระบบดับสารสะอาดดับเพลิง เพราะมันติดตั้งกันเยอะมากก มีแทบจะทุกอาคารกันเลยทีเดียว แต่ประเด็นที่จะมาเขียนให้อ่านกันวันนี้ มันคือเรื่องที่ประเทศไทยยังไม่เกิดอันตรายขึ้น แต่อยากล้อมคอกไว้ก่อนที่วัวจะหาย!!
หลังจากที่ระบบทำงานไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุเพลิงไหม้ หรือ ด้วยความผิดพลาดของระบบ หรือ เหตุอื่นๆก็ตาม โดยทั่วไปนั้นแทบจะร้อยละร้อยของเจ้าของอาคาร ผู้ดูแลระบบสารสะอาดดับเพลิง จะทำการส่งถังไปเติมสารกับบริษัทผู้ที่รับเติมโดยตามปกติ ซึ่งตรงนี้เอง ที่อยากจะทัก อยากจะให้ระวัง ทั้งผู้ที่ส่งถังไปเติม และผู้ที่ทำการเติมสารกลับเข้าถังให้ได้ระวังกันด้วยครับ

ข้อกำหนดก่อนการเติมสารสะอาดดับเพลิงกลับเข้าถังบรรจุสารดับเพลิง
ก่อนจะทำการเติมสารสะอาดดับเพลิงใดๆ ผู้ส่งถังไปเติมสาร , ผู้รับจ้างเติมสาร จะรู้ว่าถังนั้นๆได้รับการ ทดสอบถัง ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ หากระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี จะต้องทำการ #ทดสอบถังทุกครั้ง ก่อนจะทำการเติมสาร เนื่องจากต้องทดสอบก่อนว่า ถังบรรจุสารนั้นๆ จะยังคงรองรับความดันตามที่ออกแบบไว้ได้หรือไม่ เพราะอาจมีการผุกร่อนภายในจนทำให้ถังบางลง ถ้าหากเราไม่ทดสอบถังก่อน ถังอาจระเบิดระหว่างการเติมสารสะอาดได้นะครัช และมันจะเป็นโศกนาฎกรรมแน่ๆ
คราวนี้ไอ้คำว่า “ทดสอบ” นี่มันยังไง

จากที่เช็คหลายๆสำนัก รวมถึงสอบถามความเห็นไปยัง กรมโรงงาน ได้ความสรุปว่า
หากถังได้รับการออกแบบและผลิตตามมาตรฐานใด ให้อ้างอิงการทดสอบของมาตรฐานนั้น แต่กรมโรงงานยึดถือ 2 มาตรฐาน ซึ่งมีมาตรฐาน API อยู่ในนั้น
ซึ่งพอค้นต่อไป (ลึกชิบหอยยยย) จนเริ่มเจอข้อกำหนดจาก API ในการทดสอบถังอัดความดัน คือ จะต้องทำการทดสอบด้วยกัน อัดความดันน้ำ หรือ Hydrostatic Test ซึ่งความดันที่ใช้ในการอัดรู้สึกว่าจะมีหลากหลายมาก แต่ถ้าอ้างอิงตาม DOT หรือ US. Department of Transportation ก็จะระบุ ความดันทดสอบไว้ที่150เปอร์เซ็นต์ของความดันสูงสุดขณะใช้งาน(1.5 times the Maximum Available Working Pressure) เป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 นาที

อัยหยา เอาแล้วไงงงง คราวนี้ไอ้ที่เคยท่องจำกันไว้สำหรับค่าเติมสารที่แตกต่างกันมากสำหรับสารพวก Halocarbon(หรือที่บ้านเราคุ้นชินคือ FM200 . NOVEC1230) ว่าแพงกว่า Inert Gas (IG100 , IG55 , IG541) ต้องกลับมาคิดใหม่แล้วแหละครัช
เพราะถึงแม้ Halocarbon จะมีราคาสารที่แพงกว่า แต่ใช้ปริมาณถังในการดับเพลิงน้อยกว่าพวก Inert Gas มาก
เมื่อปริมาณถังที่มากขึ้น นั้นก็ต้องเสียค่าทดสอบถังมากขึ้น ต้องเสียค่าขนส่งมากขึ้น และข้อจำกัดครั้งก่อนในเรื่องของพื้นที่วางถังที่ต้องการมากกว่ายังคงหลอกหลอน อาจจะทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้เลือกใช้ อาจจะต้องกลับไปคิดในเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลังอีกครั้งหนึ่งแล้วแหละครัชชชชชช
แต่เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อใดก็ตามที่ถังของเราที่อายุมากกว่า 5 ปีทำงาน อย่าส่งถังไปเติมสารโดยไม่ได้ทดสอบก่อนนะครับ ไม่งั้นเด่วจะเสียเวลาไปให้ปากคำในชั้นศาล เนื่องในฐานะผู้ว่าจ้างเติมสาร ซึ่งจะมีความผิดหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของศาลแล้วแหละครับ
ฝากไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
ฝากกดไลค์ กดแชร์ไปให้เพื่อนสมาชิกในวงการวิศวกรดับเพลิงได้รับรู้ด้วยนะค้าบบบ
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูล
บริษัท อิมพีเรียลไฟร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด http://www.ife.co.th/company.html
บริษัท ไฟร์เทรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(มหาชน) https://firetrade.co.th/