สวัสดีครับพี่น้องชาววิศวกรดับเพลิงทุกท่าน เมื่อวานเป็นข่าวใหญ่อย่างมากในบ้านเรา และแอดฯได้ติดตามอย่างใจจดใจจ่อตลอดทั้งวัน เพราะใกล้ตัวแอดฯมากๆ (ปกติรับออกแบบ ที่ปรึกษาสายงานโรงงาน) จึงทำให้มีความอินมากเป็นพิเศษ
สถานการณ์เหมือนจะดีในบางช่วงแต่ก็กลับทรุดหนักลงไป จนกว่าควบคุมเพลิงไว้ได้ก็กลางดึก เช้ามาก็ยังคงต้องควบคุมเพลิงต่อเนื่องป้องกันการปะทุซ้ำ(ซึ่งสุดท้ายก็ยังมีเกิดขึ้นอยู่บ้าง)

หากใครติดตามข่าวอยู่ตลอดๆ จะได้ยินข่าวการพยายามระดมน้ำยาโฟมดับเพลิง และอุปกรณ์การฉีดโฟมดับเพลิงจากทุกแหล่งที่พอจะหาได้เข้ามายังพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเท่าที่ทราบก็มีหลายบริษัทมากๆที่ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือต่างๆที่ช่วยกันประสานในการจัดหาน้ำยาโฟมดับเพลิงเข้ามา แอดฯต้องขอขอบคุณทุกท่านมากๆในความเสียสละครับ
คราวนี้หลายคนคงมีความคุ้นชินกับหลักการของน้ำยาโฟมดับเพลิงกันแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แอดฯเลยจะมีเขียนขมวดปมสั้นๆให้ได้อ่านกัน
แต่แอดฯขออธิบายหลักการ 2 อย่างก่อน
- การเกิดเหตุเพลิงไหม้ มีองค์ประกอบหลัก 3+1 คือ
- เชื้อเพลิง (Fuel)
- ความร้อน (Heat)
- ออกซิเจน (Oxygen)
- ปฏิกิริยาทางเคมี (Chain Reaction)
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กล่าวมานี้ ไฟก็จะดับลงได้
- การลุกไหม้ติดไฟของเชื้อเพลิง จะติดที่ไอของเชื้อเพลิงไม่ได้ติดที่ตัวเชื้อเพลิงโดยตรง แต่ถ้ามองผ่านๆ จะเหมือนว่าเชื้อเพลิงนั้นลุกไหม้
พอจบตรงนี้ แอดฯขอคั่นรายการนิดนึง
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูล
บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด http://www.massteclink.com
บริษัท ทำดี ไฟร์ อิควิปเมนท์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
โดยปกติ เวลาเราดับไฟทั่วไป เราจะเทน้ำลงไปใช่มั้ยครับ คิดว่าเราไปตัดองค์ประกอบอะไรออก?
เราตัดความร้อนครับ เมื่อความร้อนลดลงเชื้อเพลิงก็จะหยุดคายไอและเมื่อไม่มีไอของเชื้อเพลิง ไฟก็ไม่ติด
แล้วถ้าเชื้อเพลิงที่เบากว่าน้ำ แล้วเราราดน้ำลงไป ไฟดับไหมครับ?
คำตอบคือไม่
อ้าวทำไมหล่ะ!?
เพราะเมื่อเราราดน้ำลงไปบนเชื้อเพลิงของเหลวที่มันเบากว่าน้ำ น้ำที่ราดลงไปก็จะจมลงไปข้างล่าง ส่วนเชื้อเพลิงของเหลวก็จะยังคงลอยเหนือผิวน้ำ และยังคงคายไอเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องทำให้ไฟไม่ยอมดับ
คำถาม!!
อ้าวในเมื่อมันเบากว่าน้ำ เทไปเท่าไร น้ำก็จมลงหมด แล้วจะทำยังไง?
หลักการง่ายสุดเลยคือ หาอะไรที่เบากว่าเชื้อเพลิงนั้นมาเเทนครับ 55555+
แล้วไอ้อะไรที่ว่า มันก็คือ โฟม นี่แหละครับ เพียงแต่มันไม่ใช่ โฟม ที่ใช้ในปาร์ตี้โฟมทั่วไปนะ แต่เป็นน้ำยาโฟมเข้มข้นที่ใช้ในการดับเพลิงโดยเฉพาะ
โดยหลักการทำงานคือ
จะต้องนำน้ำยาโฟมไปผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่กำหนด เช่น 1%, 3%, 6% เป็นต้น
ความหมายคือ ของความเข้มข้นคือ
ถ้าใช้น้ำยาโฟมความเข้มข้น 1% หมายความว่า
จะต้องใช้น้ำ 99 ส่วน ผสมกับน้ำยาโฟมเข้มข้น 1 ส่วน ในการดับเพลิง
ถ้าใช้น้ำยาโฟมความเข้มข้น 3% หมายความว่า
จะต้องใช้น้ำ 97 ส่วน ผสมกับน้ำยาโฟมเข้มข้น 3 ส่วน ในการดับเพลิง
ถ้าใช้น้ำยาโฟมความเข้มข้น 6% หมายความว่า
จะต้องใช้น้ำ 94 ส่วน ผสมกับน้ำยาโฟมเข้มข้น 6 ส่วน ในการดับเพลิง

โดยน้ำยาโฟมเข้มข้นที่ผ่านการผสม(Foam Solutions)โดยอุปกรณ์ผสมโฟมแล้วเรียบร้อย เมื่อไหลผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดโฟม จะเกิดการผสมกับอากาศ คล้ายๆๆกับการตีโฟมให้เป็นฟองนั่นแหละครับ (แต่โฟมบางชนิดไม่ต้อง) และเมื่อฉีดออกไปจะทำให้น้ำยาโฟมเริ่มมีลักษณะเป็นฟอง และทำให้เบาและสามารถลอยเหนือผิวของเชื้อเพลิงของเหลวที่เบากว่าน้ำได้
และเมื่อมันคลุมผิวเชื้อเพลิงไว้แบบนี้ ก็จะทำให้เชื้อเพลิงไม่สามารถคายไอเชื้อเพลิงออกมาให้เจอกับความร้อนและ/หรือ ออกซิเจนได้ ก็ถือเป็นการจัดองค์ประกอบของไฟ และทำให้ไฟดับลงครับ
ซึ่งเท่าที่ติดข่าวพบว่า โรงงานที่เกิดเหตุระเบิดนั้น ดันมีของเหลวที่เบากว่าน้ำ จึงเป็นเหตุทำให้การระดมฉีดน้ำเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถดับเพลิงได้ และต้องระดมโฟมดับเพลิงจากทุกทิศเข้ามาเพื่อดับเพลิงในครั้งนี้

ย้อนกลับมาที่ตัวเรา
หากภายในโรงงานของเรามีของเหลว หรือมีเชื้อเพลิงที่เบากว่าน้ำ (ความหนาแน่นน้อยกว่า 1) เป็นการยากมากที่จะไม่ใช้ระบบโฟมดับเพลิงในการดับเพลิงเลยนะครับ
และแอดฯขอแนะนำว่า หากโรงงานใดที่ยังไม่มี แนะนำให้รีบศึกษา วางแผนรับมือ รวมทั้งจัดเตรียมงบประมาณในการติดตั้งระบบโฟมดับเพลิงเข้าไปเพิ่มเติมด้วยนะครับ
มิเช่นนั้นแล้ว หากลุกติดไฟขึ้นมาเมื่อไหร่ มันจะหยุดไม่อยู่และอาจสร้างความเสียหายมหาศาลได้นะครับ
พยายามเขียนให้สั้น แต่สั้นได้เท่านี้จริงๆ
ในเนื้อหาของโฟมนั้นจริงๆมีเยอะกว่านี้อีกพอสมควรเลยนะครับ ในแง่คุณสมบัติต่างๆ การใช้งาน การดับเพลิง การออกแบบ การติดตั้ง ฯลฯ ถ้าเขียนอีกเด่วยาวจนคนท้อ 555555+
เอาเป็นว่าหากใครสนใจเพิ่มเติม มาพูดคุยกันได้ครับ แนะนำเบื้องต้นให้ได้ แต่ถ้าอยากลงรายละเอียด อยากออกแบบ อยากได้ที่ปรึกษาก็มาคุยกันได้เช่นกันครับ ฮ่าๆๆๆๆ