สวัสดีจ้าสมาชิกแฟนเพจทั้งหลายย ใครหยุดยาว นอนตีพุงอยู่บ้านกันบ้าง ยกมือ??
สืบเนื่องจากครั้งก่อน แอดฯได้เขียนถึงเรื่องของ #ข้อกำหนดก่อนทำการเติมสารสะอาดดับเพลิงกลับเข้าถังบรรจุสารดับเพลิง ที่บอกว่าต้องทำการทดสอบถังก่อนเสมอ เมื่อผ่านเวลา 5 ปี หลังจากการทดสอบครั้งสุดท้าย(หากก๊าซฉีดอ่านะ)

วันนี้เลยมีประเด็นอีกประเด็นนึงที่คิดรอไว้แล้ว และอยากเขียนให้มันต่อเนื่องเป็นคอมโบเลย คือเรื่อง กลโกงในการเติมแก๊สไนโตรเจน
ด้วยความที่ระบบ IG-100 หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า ระบบไนโตรเจน จำเป็นต้องใช้ปริมาณในการดับเพลิงแต่ละครั้งค่อนมากกว่าพวกสารสะอาดดับเพลิงที่เป็นสารสังเคราะห์(HFC227ea , FK-5-1-12)หลายเท่า และด้วยความที่แต่ละถังนั้นมีความจุค่อนข้างจำกัด(ที่นิยมขายในบ้านเราคือ 80 ลิตร) ทำให้ต้องใช้ปริมาณถังจำนวนมากจริงๆ
คราวนี้พอมันใช้แก๊สมาก ใช้ถังเยอะ มันก็เป็นต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นตอนเติมครั้งแรก หรือเป็นเติมหลังจากที่ระบบทำงาน(แก๊สฉีดออกจากถังจนหมด) ซึ่งในโลกของการแข่งขัน คนที่มีต้นทุนที่ถูกกว่า ก็มีโอกาสที่จะชนะมากกว่า
นั่นจึงเป็นเหตุเเห่งความซวยของผู้ว่าจ้างที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย คือ ในเมื่อลดต้นทุนอย่างอื่นจนหมดแล้ว ก็เหลือแต่แก๊สนี่แหละครัช ที่ยังไม่ได้ลด 55555+ (เริ่มเข้าใจที่แอดฯจะสื่อรึยัง?)

ในมาตรฐาน NFPA2001 ระบุไว้ว่า แก๊สไนโตรเจน ต้องมีส่วนผสมของ ไนโตรเจนจริงๆถึง 99.9% และเป็นส่วนผสมอื่นๆได้ 0.1% ซึ่งการจะทำให้แก๊สมีความบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้ ก็ต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ดี และทำให้แก๊สนี้แพง
จึงมีการเติมแก๊สไนโตรเจนที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าเข้าไปในถังแทน เช่น ไนโตรเจน 95% , ไนโตรเจน 94% หรือน้อยกว่า
ซึ่งการเติมแก๊สที่มีคุณภาพต่างกันนี้ แอดฯลองไปสุ่มเช็คมาแล้ว พบว่ามันต่างกันประมาณถังละ 2,000-3,000 บาทเลยนะครัช
ถ้าต้องเติมซัก 20 ถัง ก็ประหยัดไป 40,000-60,000 บาท
ถ้าต้องเติมซัก 100 ถัง ก็ประหยัดไป 200,000-300,000 บาท
Owner เห็นเจ้านี้ราคาถูก ก็ชอบใจสิครับ ไม่ได้สืบหาที่มา ว่าทำไมราคาถึงถูกกว่าเจ้าอื่น และก็อาจไม่รู้ว่าต้องตรวจเช็คกันถึงขนาดนี้!!
งานที่เป็นงานติดตั้งใหม่ ไม่ค่อยมีประเด็นเท่าไรหรอกครัช แต่ไอ้งาน Refill เนี่ย น่ากลัวมากกกกกก
เพราะ ยิ่งเราใช้แก๊สไนโตรเจนที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำเท่าใด นั่นก็แปลว่าความสามารถในการดับเพลิงของระบบก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น และไอ้สิ่งที่แปลกปลอมเข้าไปแทนนั่นก็อาจจะเป็นอากาศ ซึ่งมีไอน้ำ มีความชื้น แล้วพอไอ้เจ้าความชื้นอยู๋ไปนานๆมันก็จะกัดกร่อนถังจากภายใน ทำให้เนื้อถังบางลง(เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเสี่ยงมากๆถ้าหากทำการเติมสารโดยไม่ได้ทำการทดสอบถังอีกครั้งตามข้อกำหนด)

ขั้นเลวร้ายสุด จะเกิดขึ้น 2 เหตุการณ์คือ
- เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ความเข้มข้นของแก๊สไนโตรเจนอาจจะไม่เพียงพอที่จะสามารถระงับดับเพลิงได้ และหายนะจะมาเยือน ชิบหายแน่จ้า
- เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป หมอกควัน และเปลวไฟจางหาย เราต้องเอาถังไปเติมแก๊สกลับเข้าคืน โดยที่ไม่ยอมทดสอบถัง (ถังเราบางลงโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกความชื้นกัดกร่อนเป็นเวลานาน) พออัดเข้าไปก็ บึ้มสิครัชชชช ความดันระดับ 300บาร์ คิดว่าจะรอดไหมครัช ถามจริง!!
เพราะฉะนั้น ทางที่ดีควรทำการตรวจสอบคุณสมบัติของสารทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานติดตั้งใหม่ หรือ การเติมสารหลังจากระบบทำงานนะครัช
ไม่งั้น อย่าหาว่าแอดฯไม่เตือนนะครับ เจ้านายยยยยยยย
ฝากกดไลค์ กดแชร์ไปให้คนในวงการวิศวกรดับเพลิงได้อ่านกันด้วยนะคร้าบบ
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูล
บริษัท ไฟร์เทรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(มหาชน) https://firetrade.co.th/
บริษัท อิมพีเรียลไฟร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด http://www.ife.co.th/company.html
ที่มา
NFPA 2001 STANDARD FOR CLEAN AGENT FIRE EXTINGUISHING SYSTEMS